Untitled Document

 

 

 

After Paris ฤาว่าเป็นฤดูแห่งความเหงา

สวัสดีวันอาทิตย์ที่ 17 กรกฏาคม 2554 (2011)

08.40 น. ณ เวลาเมืองทะเลทราย

เช้าที่เป็นวันหยุด

เมื่อวานเพิ่งกลับมาจากไฟล์ทปารีส ไฟล์ทนี้ขึ้นชื่อมากๆเรื่องผู้โดยสารดื่มไวน์ทุกชนิด ทำใจไว้แล้วก่อนไปบินว่าเอาวะเหนื่อยหน่อยแต่ก็ยังดี และก็ทำใจเรื่องโรงแรมที่บริษัทเราเพิ่งย้ายให้ลูกเรือใหม่ด้วยว่าโรงแรมไม่ดีนั่นนี่นู่น แต่พอเราไปพักเรากลับรู้สึกว่าก็โอเคนะอยู่ได้น่ะ หรือว่าทำงานเหนื่อยไม่รู้เลยหลับสบายมากมาย เหอๆๆ

ไฟล์ทขาไปจริงๆตามรหัสพนักงานเราจูเนียร์สุด แต่พอเอาเข้าจริงๆลุกเรือที่บินด้วยกันก็แอบมาถามว่าเราทำงานข้างหน้ามานานหรือยัง เราก็ตอบแบบอึกอักนิดหน่อยเพราะว่าคนที่มาถามก็อาวุโสอยู่ เลยตอบไปว่าก็เกือบ 11 เดือนเองไม่นานเท่าไร เค้าก็เลยบอกว่างั้นดีเลยมีไรยูบอกไอด้วยนะเพราะว่านี่เป็นเดือนที่ 3 ของไอเองที่ทำงานข้างหน้า ... แป่ววววว และไฟล์ทขาออกจากโดฮาเราได้ทำ first class เสริฟ HB ซึ่งก็ไม่ได้ยากอะไร ทำได้สบายดี เนื่องด้วยทำไฟล์ทมิวนิคบ่อย มีโอกาสได้ทำ first class อยู่บ้าง (หากไม่โดน assign ไปทำงานที่ Economy class ด้วยเหตุที่ว่าลูกเรือไม่พอ) ก้ถือว่ายังมีโอกาสได้ทำงานเฟริสคลาสมาบ้าง ขาไปผู้โดยสาร first class 5 คน จาก capacity 8 seat, bussiness class 32 คน จาก capacity 42 seat, Economy class 200 up and capacity 256 seat 

 เราเจอผู้โดยฯ VIP 2 คนที่นั่ง first class แต่ก็ไม่ค่อยหนักใจกับผู้โดยวีไอพี เพราะว่าจากที่สังเกตมาบุคคลเหล่านี้จะมีการประพฤติตัวดีเยี่ยม น่ารัก ไม่มีdemandใดๆทั้งสิ้น เราเลยสบายใจ แต่ชั้นธุรกิจน่าสงสารเพื่อนๆมากๆ เพราะว่าปาไปเกือบเต็ม และการทำงานกับเครื่องบินแอร์บัส 340 มันยากลำบากมากๆ เล่นเอาเพื่อนๆเราหมดแรงกันไป แต่โชคดีที่ไฟล์ทขาออกจากโดฮาพวกเราเสิร์ฟอาหารเช้าทำให้ผู้โดยสารไม่ค่อยดื่มไวน์เท่าไร

ไฟล์ทนี้ไม่ได้ออกไปเที่ยวไหนในเมืองเพราะว่าได้เวลาพักที่ปารีสน้อยมากกกกกกกกกก แค่ 19 ชั่วโมงเท่านั้น เอามือถือไปต่อไวร์ไฟร์เล่นที่ล๊อบบี้ แล้วก้ออกไปทานข้าวที่ร้านอาหารจีนข้างๆโรงแรม (ที่บริการห่วยได้อีก) บรรยากาศข้างๆโรงแรมเป็นหมู่บ้านน่ารักๆ ดอกไม้บานเต็มไปหมด เสียดายเราไม่ได้เอากล้องไป (จริงๆแบกใส่กระเป่าลากไปน่ะ แต่พอจะออกไปทานข้าวดันไม่เอาไปด้วย) จากนั้นก็กลับมานอนพัก และเช้าก็ทำงานกลับโดฮา

ไฟล์ทขากลับไม่เหนื่อยเลยเพราะว่าผู้โดยสารน้อยมากๆ 3 - 15- 156 นี่คือจำนวนผู้โดยสารในแต่ละชั้น รอบนี้เราได้ทำบิสสิเนท ดีใจเห็นจำนวนผู้โดยสารแล้วมีความสุข ว่าคงไม่ยากเท่าไร แต่ติดตรงที่ว่าขากลับเราต้องเสิร์ฟอาหารกลางวัน ..

และก็เป็นดังที่คิดคือ เราเปิดไวน์จนมือระวิง ผู้โดยสารแค่ 15 คน ดิฉันเปิดไวน์แบบว่ารวมๆกันมากกว่า 10 ขวด เหอๆๆ เปิดแชมเปญไป 3 ขวด เอาน่า.. ก็ทำใจมาแล้วนี่เนอะว่าเนี่ยไฟล์ทนี้ผู้โดยสารชอบดื่มไวน์ แต่พอทำงานเสร็จก็รู้สึกสนุกดีมานั่งคุยกันเม้าท์กันประมาณว่า เปิดไวน์กันจนข้อมือปวดเลย ฮ่าๆๆ และก้ลงไฟล์ทมาถึงโดฮาโดยสวัสดิภาพ

กลับมาบ้านดีใจมากมาย เจอหน้าน้องจิ๊บน้องนัน น้องๆสองคนกำลังทำกับข้าวกันอยู่ แหะๆๆลาภปากอีเจ้เลย มาถึงปุ๊บยังไม่ได้เปลี่ยนเสื้อผ้าก้หม่ำข้าวกับน้องๆก่อนเลย ทานข้าวเย็นกันเสร็จก็มานั่งคุยกันเรื่องต่างๆและก็แยกย้ายกันไปนอน....เช้าวันรุ่งขึ้นน้องนันไปเบลเยี่ยม(ไฟล์ทที่เราอยากไปมากกกกกกกกกกก) แต่น้องจิ๊บหยุด ดีจังได้ไม่อยู่คนเดียว

พอแยกย้ายกับน้องๆเพื่อขอตัวมานอน หลังจากอาบน้ำเสร็จ (อาบท่ามกลางความมืดไร้แสงไฟ) เราเองก็นอนหลับๆตื่นๆ แต่ร่างกายเราก็เบลอๆเอาการเหมือนอยากหลับแต่ก็มีสิ่งมากระตุ้นทำให้ตื่น เลยนอนไม่ค่อยเต็มที่ กะว่าจะนอนตื่นสายๆสักหน่อยวันนี้ แต่สุดท้ายพอเช้าหน่อยแดดออกจะมีนกน้อยเจ้าประจำอยุ่สองสามตัวมาเกาะที่หน้าต่างห้องเราและก็ตู้แอร์ทุกเช้า มันจะส่งเสียงร้องและปลุกเราทุกเช้าเลย... ไม่ได้รำคาญมันนะ และต้องขอบคุณมันด้วยซ้ำที่ทำให้บรรยากาศยามเช้าเราสดชื่นขึ้นกว่าเดิมเมื่อได้ยินเสียงของพวกมันร้องเพลงกัน

วันนี้ต้องตามช่างมาซ่อมไฟห้องน้ำทุกห้องในห้องเรา .. เนื่องด้วยที่ว่าไฟที่ที่พักของพวกเราจะเป็นหลอดใส้กลมๆสีส้มๆ ซึ่งหลอดทังสเตนนี้มันไม่มีความทนทานใดๆ มันก็จะขาดบ่อยๆ เรียกช่างมาซ่อมอยู่ร่ำไป แต่นี่ไฟห้องน้ำเราหนักกว่านั้น ก่อนออกไปบินปารีส เราเปิดไฟเพื่อจะเข้าห้องน้ำ พอกดสวิทปุ๊บ ได้ยินเสียงระเบิดโป้ง พร้อมกับเสียงเหมือนแก้วแตกตกดังกราว และโชคดีมากๆที่ตอนนั้นเราปิดประตูห้องน้ำไว้ ไม่เคยเปิดทิ้้งไว้ พอสิ้นเสียงระเบิดเราเลยเปิดประตูห้องน้ำชะโงกหน้าไปดุ ไอ้ใจเราน่ะก็คิดไว้แล้วล่ะว่าหลอดไฟขาดอีกแล้ว แต่ภาพที่เห็นคือ หลอดระเบิด มันระเบิดแรงมากจนทำให้กระจกที่ครอบหลอดไฟอีกทีแตกทะลุออกมาด้วย แรงได้ใจ เลยกะว่าจะเปลี่ยนเป็นหลอดตะเกียบฟลุออเรสเซ้นส์ให้หมด ดีกว่า ทนกว่า แต่ปลอดภัยกว่าแน่นอน

วันนี้เป็นวันหยุด กะว่าคงไม่ได้ออกไปไหน คงนอนอยู่บ้านพักผ่อน .. ช่วงนี้เป็นไรก็ไม่รู้มีเรื่องให้คิดไรเยอะแยะไปหมดปวดหัว อ่านหนังสือที่ซื้อมาไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่ก็อ่านๆไป ยิ่งเครียด สิวเจ้ากรรมก็ยิ่งขึ้น เฮ่อออ

อากาศโดฮาในวันนี้ร้อนอบอ้าวเช่นเดิม... คนไกลกันจะมีความรู้สึกคิดถึงกันบ้างไหม? หรือว่าเค้าได้ลืมเลือนเราไปแล้ว.... สิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นนับต่อจากนี้จะเป็นอย่างไรบ้างก็ไม่อาจรู้ได้ ขอแค่อย่างน้อยให้เป็นสิ่งที่ดีไม่มีการลวงหลอกกัน ไม่หวังผลประโยชน์ในกันและกัน โกหกกันมามากแล้ว อย่ามาโกหกอะไรต่อกันอีกเลย

คำว่ารักเป็นความจริงในอดีต แต่เป็นคำโกหกในปัจจุบัน... และบางครั้งเราอาจเอ่ยคำว่ารัก เพื่อความสบายใจเท่านั้น..

ต่อจากนี้จะเป็นวันหยุดในโดฮาที่แสนเงียบเหงาของเราถึง 2 วัน และก็จะตามด้วยการทำงานที่แสนเงียบเหงาอีกเช่นกัน วอชิงตัน ดีซี เดือนหน้าเรามีพักร้อน 10 วัน ตอนนี้กำลังวางแผนอยู่.. ว่าจะไปที่ไหนดี ขอพักผ่อนหัวใจพักผ่อนร่างกายในวันหยุดพักร้อนที่จะถึงคราวหน้าละกัน แต่ตอนนี้คงต้องมีชีวิตและใช้ชีวิตต่อไปในทางที่ควรจะเป็นสินะ ...

ปล.ไม่มีภาพจากปารีส มีแต่ภาพดอกไม้มาฝาก สำหรับทุกดวงใจที่(เคย)มีรัก.....

 

 

After Paris ฤาว่าเป็นฤดูแห่งความเหงา After Paris ฤาว่าเป็นฤดูแห่งความเหงา

After Paris ฤาว่าเป็นฤดูแห่งความเหงา

After Paris ฤาว่าเป็นฤดูแห่งความเหงา

เพื่อนเอ๋ย... เราเฝ้ารอการเดินทางท่องเที่ยวของพวกเราเหมือนเดิมนะ... ไปไหนไปกัน กับกล้องคนละตัว

จบการรายงานข่าว ณ ดินแดนทะเลทรายที่มันก็ยังร้อนอยู่ร่ำไป

     Share

<< สวัสดีอีกครั้ง..Raining day in Copenhagen TT >>

Posted on Sun 17 Jul 2011 13:15

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Venice
Explore Spain & 0nly 20 hrs in BKK
ขอรวบยอด โอซาก้าและกวางโจว
Osaka (back to back) ไม่จนไม่ได้แล้ว
Raining day in Copenhagen TT
After Paris ฤาว่าเป็นฤดูแห่งความเหงา
สวัสดีอีกครั้ง..
ฮานอย ขำๆ
เซี่ยงไฮ้ มิวนิค และจบที่ มอสโคว
เมื่อทุกอย่างจะเปลี่ยนไปในทางที่ดี?? คิดว่านะ
การเดินทางใน 1 เดือนที่ผ่านมา

 




 

 

 

 

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh
 

 

This does look primsiong. I'll keep coming back for more.
Melani   
Sat 28 Sep 2013 0:39 [2]
 

Gee whiz, and I thgouht this would be hard to find out.
Lyazka   
Fri 27 Sep 2013 18:50 [1]
 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

theme by : tarn.lovedairy