Untitled Document

 

 

 

ฮานอย ขำๆ

สวัสดีวันพุธที่ 29 ธันวาคม 2553 (2010)

วันที่เพิ่งกลับมาจากทำงาน

วันที่ขี้เกียจและก็อ้วนระยะสุดท้าย (กรี๊ดดดดดดดดดดดด)

และวันที่คิดว่าจะทำอะไรดี(วะ)

ตื่นเช้ามาวันนี้เช้ามากๆตื่นตอนตี 4 ก็มานั่งเล่นคอมเล่นเอ็มคุยกับเพื่อนที่เมืองไทย ถามข่าวคราวสารทุกข์สุขดิบกันไปเรื่อยๆ เราเพิ่งกลับจากปารีสมาเมื่อคืนเครื่องดีเลย์ไป 1 ชั่วโมงแต่ก็ไม่มีปัญหาอะไรผู้โดยสารพรีเมี่ยมข้างหน้าน่ารักมากมาย ขากลับเจอผู้โดยสาร Gold member คนนึงเป็นคนอินเดียแกชอบมาคุยกับเราในครัว (พอดีเป็นผู้ช่วยคนครัวข้างหน้า)เฮียก็ชอบเดินเข้ามาคุยเล่นกับเราเพราะเผอิญว่าเฮียแกเอาชาส่วนตัวมากินบนเครื่องและเดินมาให้เราชงให้ไรงิและบอกเราว่าชาบนเครื่องไม่อร่อย ไอ้เราก็ทำ(อวดภูมิ)ความรู้สักหน่อยไปถามเฮียแกว่า "เป็นชาจากดาจีลลิ่งหรือเปล่าคะ?" เฮียแกได้ทีชอบใจใหญ่เลยเรารู้จักชาอินเดียด้วย เฮียก็เลยบอกว่านี่เค้ามีทั้งดาจีลลิ่งและก็อัสสัมเลย แล้่วก็หยิบมาให้เราดูและเอามาให้เราลองด้วย (แต่เราไม่กินหรอกนะเพราะว่าชาดีจีลลิ่งมันเข้มมากๆ) ประมาณว่าคุยกันถูกคอซะงั้น ซึ่งจริงๆแล้วเราไม่รู้จักอะไรกับชาพวกนี้หรอกอาศัยความรู้ที่มีติดตัวมานิดหน่อยตอนอยุ่อินเดียมาคุยกับเฮียแกเท่านั้น แต่ก็ทำให้เฮียแกสนุกสนานใหญ่ เรียกว่าบอกตารางเดินทางเรามาเลยว่าเนี่ยเค้าจะไปปารีสอีกเมื่อไรไปเชนไนเมื่อไร จะเจอเราไหม? (เราน่ะอยากเจอเฮียตอนโดนทำ assessment จะได้ให้เขียนชมเรา ฮ่าๆๆๆ) ก็ถือว่าเป็นการทำงานที่สนุกสนานกันไป

ก่อนหน้าจะทำไฟล์ทไปปารีสได้ทำไฟล์ทกลับบ้านเกิดมันเป็นไฟล์ทแพคเกจ DOH-BKK-HAN-BKK-DOH ซึ่งไฟล์ทแบบนี้จะทำให้ได้อยู่เมืองไทยนานขึ้น(นิดหน่อย) แต่เราก็ชอบนะ มารอบนี้เลยได้มีโอกาสไปเดินเล่นแวบๆที่ฮานอย

ฮานอย ในวันที่พวกเราเดินทางไปนั้นอากาศหนาวกำลังชื่นใจ อิเจ้เล่นเอาเสื้อแขนยาวเตรียมไปด้วย เอายีนส์ไป เสื้อยืดหนาๆไปด้วย เพราะว่าเพื่อนบอกมาว่าหนาวมากๆ พอไปถึงจริงๆมันก้เย็นๆอะนะแต่ไม่ได้หนาวมากมาย จุดมุ่งหมายของพวกเราที่ไปกันคือจะต้องมุ่งหน้าหาของกินให้ได้ไม่ว่าจะเป็นเฝอหรือว่าแหนมเนือง เอาเข้าจริงๆ ได้กินแต่เฝอ และรสชาติก็อร่อยเสียด้วยแต่กินเยอะไม่ได้เพราะว่า mission ยังไม่สมบูรณ์ต้องเก็บท้องเอาไว้ก่อน พวกเราจึงได้ไปตามหาร้านแหนมเนืองกันต่อ แต่ไอ้แหนมเนืองนี่มันหายากมากกกกกกกกกกกกกกกกกก ให้น้องคนไทยช่วยส่งภาษาเวียดนามสำเนียงไทยรวมทั้งภาษาไทยสำเนียงเวียดนามให้คนที่นั่นเข้าใจกันว่าเราอยากกินแหนมเนืองนิ ก็ไม่มีคนเข้าใจเรา

และแล้ว.....

พวกเราก็ไปเจอร้านอาหารร้านหนึ่งที่มัน(เหมือน)จะเข้าใจพวกเราว่า เราต้องการอะไร มันเหมือนจะจริงๆ คือเราสั่งแหนมเนือง (เสือก)ได้เนื้อย่างเหมือนเนื้อย่างซีอิ๊วมาแทน ในบรรดาพวกเราไม่มีคนกินเนือวัวสักคน พอลงมือจ้วง ซึ่งหน่อยเป็นคนแรกที่จ้วงไป พอกินไปได้หนึ่งคำก็สรุปให้พวกเราฟังว่าไม่น่าใช้หมูว่ะ

เอาละสิครับงานนี้ สั่งแหนมเนืองดันได้เนื้อย่างซีอิ๊วมาแล้ว ดันไม่ใช่หมูอีก

เดือดร้อนองค์ประชุมต้องช่วยกันซักถามพนักงานร้านว่า มันหมู ไก่ เนื้อ หรือว่า หมา กันแน่วะเนี่ย??????

ทำหน้าหมูก็แล้ว ทำเสียงร้องหมูอู๊ดๆๆก็แล้ว  ไอ้พนักงาน(บ้า)(แม่ม)ก้ไม่เข้าใจ มีเจ้พนักงานคนนึงหายไปได้สักสองนาทีหลังจากที่มันยืนอธิบายกับพวกเรานานมันก็เดินกลับมา(เรียกว่ามันเลย) พร้อมด้วยปากกาและเขียนบอกพวกเราว่าไอ้สิ่งที่พวกเรากินไปน่ะคือเนื้ออะไร....

ได้ความว่าคือ... Goat

แล้วมันก็ทำเสียง แบร่ะๆๆๆๆๆ ล้อพวกเรากลับมาด้วย

ไอ้เควี่ยยยยยย เมิงพูดไม่ได้ อธิบายไม่ได้ เสือกเขียนภาษาอังกฤษได้ ถ้าเมิงทำเสียงทำท่าให้รู้ตั้งแต่แรกนะก็ไม่ต้องมานั่งปวดหัวงี้หรอก

แต่สุดท้ายแม้พวกเราจะรู้ว่ามันคือแพะ พวกเราก้ไม่มีใครกินแพะสักคน ก็เดินทางออกจากร้านแล้วก้ไปแวะหาร้านของฝากของที่ระลึกสักเล็กน้อย ก่อนทำไฟล์ทกลับกรุงเทพกันต่อไป

สรุป รอบหน้าถ้ามีโอกาสได้ไป จะต้องศึกษาภาษาพื้นเมืองมันให้ฉมัง จะได้สั่งอาหารกินได้ถูกต้อง

รอบนี้แม่มเคืองพนักงาน มานั่งโต๊ะเดียวกับพวกเราเลยอะ แม่มเควี่ยจริงๆกริยามารยาทนี่ใช้ไม่ได้เลย

พอทำไฟล์ทกลับมากรุงเทพ เรากับหน่อยก็รีบเดินไปหาร้านป้าขายก๋วยเตี๋ยวหน้าโรงแรมด้วยความรวดเร็ว เพราะว่าหิวมากจากการเก็บท้องไปกินแหนมเนืองและก็ไม่ได้กิน ทำให้หิวโซอย่างหนักต้องมาตายรังที่ก๋วยเตี๋ยวต้มยำร้านหน้าโรงแรมนี่เอง ฟาดกันไปคนละสองชามจากนั้นก็แยกย้ายกลับห้องนอน เหอๆๆ

พอทำไฟล์ทจากกรุงเทพกลับมาโดฮาในวันรุ่งขึ้นเราก็ทำไฟล์ทไปปารีสต่อ ตอนแรกว่าจะเข้าเมืองไปหาซื้อกระเป่๋าให้อาอี๊กับพี่สะใภ้ของแบงค์ แต่จนแล้วจนรอด ทนสู้อากาศหนาวไม่ไหว ซ้ำยังต้องเดินคนเดียวเปลี่ยวใจ เลยนอนเล่นที่โรงแรมไม่ได้ไปไหนเลย จบข่าวการเดินทางของเรา...

ชมรุปฝีมือการถ่ายภาพนอกสถานที่ในเมืองฮานอยส่วนมากจากหน่อยจ้าาาาา...ด้วยกล้อง panasonic GF1 ของคุณแบงค์ที่เราไปจิ๊กมาลองเล่น

 

ฮานอย ขำๆ

ไอเดียเก๋นะต้นคริสมาสที่เอาหมวกพื้นเมืองมาทำ

 

ฮานอย ขำๆ ฮานอย ขำๆ ฮานอย ขำๆ ฮานอย ขำๆ ฮานอย ขำๆ

รูปภาพในโรงแรม intercontinental Hanoi สวยหรูงดงาม หุหุุห (เป็นสถานที่เดียวที่เราเห็นว่าสวย)

 

 

ฮานอย ขำๆ

หน่อย (ขออนุญาตนำภาพบางส่วนมาลงเด้อ) ขอแบบผ่านทางเวปนิละไม่ได้ขอกับเจ้าตัวเล้ยยยย

 

 

 ฮานอย ขำๆ ฮานอย ขำๆ

องค์ประชุมที่ไปด้วยกันวันนั้น

เห็นสาวอิหร่านชุดน้ำเงินไหม? สวยแต้ๆน่อ

 

 

ฮานอย ขำๆ

ร้านอาหารส่วนมากในฮานอยก็ขายกันแบบนี้ล่ะ กินกันข้างทางนี่ล่ะได้บรรยากาศฮ่าๆๆ

 

 

ฮานอย ขำๆ ฮานอย ขำๆ ฮานอย ขำๆ ฮานอย ขำๆ

อาหารจานแรกในเวียดนาม "เฝอ" อาหร่อยเหาะ

 

 

ฮานอย ขำๆ

ครบองค์ประชุมจริงๆ ไทยมาเฟียกับหนึ่งสาวอิหร่าน

 

 

ฮานอย ขำๆ ฮานอย ขำๆ

นี่ล่ะครับพี่น้องครับ พวกเราสั่งแหนมเนืองได้มาหน้าตาแบบนี้ล่ะครับ เนื้อแพะด้วยครับพี่น้องครับ

 

 

ฮานอย ขำๆ

อาหารจานนี้น้องซื้อกลับไปเมืองไทย น้องบอกว่าหร่อยมากๆเลยพี่ มันคือข้าวเหนียวโรยด้วยของอย่างที่เราเห็นพร้อมกับมีถั่วเหลืองบดๆหั่นโรยหน้าเข้าไป

 

 

ฮานอย ขำๆ

ร้านเกาลัด (น่าจะเป็นร้านที่หน่อยแวบไปกินตอนพวกเราแวะไปซื้อของที่ระลึกกัน)

 

 

ฮานอย ขำๆ

และแล้วก็มาถึงโรงแรม แชะภาพกันก่อนแยกย้ายกลับห้อง

วันนี้กะว่าจะนอนอ่านเชอลอคโฮล์มต่อมีหลายเล่มมากๆ จะอ่านให้จบ (อ่านจบแล้วก็จะเอาไรมาอ่านเล่นต่อดีแว้เนี่ย) และจะออกไปข้างนอกด้วย

ปล. ไปปารีสมาค่ะ หิ้วลองชอมมา 4 ใบสนใจติดต่อได้นะคะ kangbumbynujji@gmail.com ไม่ได้จะขายของเล้ยย แต่ซื้อมาสี่ใบ ฮ่าๆๆ เข้าไปดูรูปได้ในเฟสบุคหาตามอีเมลเลยค่ะ ก๊ากกก (ไม่ได้จะขายของเลยนะเนี่ย เวรจริงตู)

จบการรายงานข่าว ในวันที่อากาศหนาวแว้วว ณ ดินแดนทะเลทราย หุหุหุ

     Share

<< เซี่ยงไฮ้ มิวนิค และจบที่ มอสโควสวัสดีอีกครั้ง.. >>

Posted on Wed 29 Dec 2010 14:22

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอรวบยอด โอซาก้าและกวางโจว
Osaka (back to back) ไม่จนไม่ได้แล้ว
Raining day in Copenhagen TT
After Paris ฤาว่าเป็นฤดูแห่งความเหงา
สวัสดีอีกครั้ง..
ฮานอย ขำๆ
เซี่ยงไฮ้ มิวนิค และจบที่ มอสโคว
เมื่อทุกอย่างจะเปลี่ยนไปในทางที่ดี?? คิดว่านะ
การเดินทางใน 1 เดือนที่ผ่านมา
เมลเบิร์นสู่โจเบิร์กและเมลเบิร์นอีกครั้ง แหะๆ
รูมเมทอินเดียตัวแสบ

 




 

 

 

 

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh
 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

theme by : tarn.lovedairy