Untitled Document

 

 

 

เซี่ยงไฮ้ มิวนิค และจบที่ มอสโคว

สวัสดีวันอาทิตย์ที่ 31 ตุลาคม 2553 (2010)

วันสิ้นเดือน

วันที่เงินเดือนออกไปแล้ว

วันที่เราได้หยุดสักทีหลังจากการทำงานที่ติดๆกันมาหลายวัน

ตั้งแต่เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาเราก็จบการเทรน F1 เป็นที่เรียบร้อยได้มีการบิน observation flt ก็ผ่านไปได้ด้วยดี ตารางบินเดือนนี้ที่ผ่านมาไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจมากเท่าไร แบบก็บินได้แต่ไม่ได้เป็นรูทสวยงาม ซึ่งเราเองก็ไม่ได้มายด์ว่าจะสวยงามยังไงขอให้ได้เงินพอ แหะๆๆ

พอบินออฟเสิร์ฟเสร็จเราเริ่มต้นการบินเต็มตัวไฟล์ทแรกด้วยการไปเซี่ยงไฮ้ ในวันนั้นเราไปถึงตอนเย็นแล้วและฝนก็ตก อากาศเหมาะแก่การนอน ไฟล์ทนี้เราไม่ได้ออกไปเที่ยวไหนแต่อย่างใดเพราะว่าเราบินติดๆกันมาหลายวันมากๆจากการบินออฟเสิร์ฟทำให้เราเหนื่อยๆเพลียๆ เลยได้แต่ออกไปหาข้าวกินแถวๆโรงแรม ไม่ได้เข้าตัวเมืองไปเที่ยว world expo ด้วย แบบไม่ไหวจริงๆ แบบเหนื่อยๆเนือยๆเหลือเกิน แล้วจากนั้นวันรุ่งขึ้นก็ทำไฟล์ทกลับ

จบจากเซี่ยงไฮ้ก็หยุดแล้วก็ต้องกลับไปเรียน(อีกละ) คือทำงานครบปีก็ต้องมีการ recurrent เกี่ยวกับเรื่อง safety , first aids etc. ก็ต้องใช้เวลาในห้องเรียนอีก 3 วัน อย่างเบื่อได้อีก แต่ก็ผ่านมาได้ด้วยดีอีกเช่นกัน

จากนั้นก็หยุดแล้วก็เริ่มต้นไปบิน รอบนี้ไปมิวนิค(ที่รัก) มิวนิครอบนี้หลังจากที่เราไม่ได้ไปเยี่ยมเยียนอยู่สองเดือน ตอนนี้หนาวแล้ว อากาศตอนกลางวันอยู่ที่ 9 องศา แต่ถ้าเป็นช่วงกลางคืนจะอยู่ที่ 1 องศาเท่านั้น แพลนแรกของเราเมื่อถึงมิวนิคเราต้องเข้าเมืองแล้วออกไปหาข้าวทานแต่รอบนี้มีหนุ่มอียิปต์เดินไปกับเราด้วย ฮีชอปปิ้งเก่งมากๆเราได้แต่เดินตามต้อยๆ และพวกเราไปตกลงไปนั่งกินแอลกอฮอลเพื่อวอร์มร่างกายให้อุ่นกันนิดหน่อยที่โรงเบียร์ชื่อดังของมิวนิค อิๆๆ แต่เราไม่ได้ดื่มเบียร์ค่ะหลายคนอาจเสียดายว่าไปเยอรมันทำไมไม่ดื่มเบียร์ คือเราเป็นคนไม่ดื่มเบียร์อยู่แล้ว แต่เราดื่มไวน์ขาวเอง German reisling ก็ขึ้นชื่อใช่ย่อยที่นั่น หุหุหุ พอร่างกายอุ่นได้ที่ก็เดินเล่นชอปปิ้งกันอีกนิดหน่อยจากนั้นก็กลับโรงแรม และเช่นเคยเช้ามาก็ทำงานกลับ

จากนั้นก็บิน turnaround ใกล้ๆ ซึ่งเราเองก็ยังโก๊ะอยู่มากๆสำหรับการทำงานในตำแหน่งใหม่ เซอร์วิสโฟลก็โก๊ะ ทำงานก็โก๊ะๆแบบจนบางทีเราทนตัวเองไม่ได้น่ะ ว่าเราทำงานเป็นหรือเปล่าเนี่ย แต่เราก็ตั้งใจเอาไว้แล้วว่าแค่สิ้นเดือนนี้เท่านั้นที่เราจะโก๊ะ ต้องทำได้ดีขึ้นและต้องให้ดีขึ้นให้ได้สิ สู้ๆๆ แล้วก็บินจบไฟล์ทสุดท้ายของเดือนด้วยการไปมอสโคว ขาไปเรา deadheading ไป ขากลับเราก็ทำไฟล์ทกลับ ผู้โดยสารโอ้วแม่เจ้า ครั้งแรกของการไปรัสเซีย เอ่อ เหนือคำบรรยาย

เริ่มจากการที่เราไปเดินเล่น พวกเราแลนด์กันตอนทุ่มนึงกว่าจะถึงโรงแรมก็สี่ทุ่มเนื่องจากโรงแรมที่พักไกลจากสนามบินแล้วก็ยังมีปัญหาด้านการจราจรอีกทำให้เราก็เพลียไปตามๆกัน (นี่ขนาดไม่ได้ทำงานนะเนี่ย) พอถึงโรงแรมเรี่ยวแรงกลับมาอีกแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จก็ออกเที่ยวค่ะ รอบนี้ไปกับนักบินที่เดทเฮดมาด้วยกัน 2 คน และไปกับลูกเรือชาติอื่นอีก 4 คน สิริรวมแล้วก็ 7 คน นักบินก็แนะนำให้พวกเราเดินไป red square กันใช้เวลาประมาณ 50 นาที ก็เอาวะไม่เกี่ยงถือว่าเป็นการเดินชมเมืองไรงิ แต่เอาจริงๆนอกจากการเดินชมเมืองพวกเรายังต้องเดินทางฝ่าความหนาวเย็นของมอสโควที่ตอนนี้ยังไม่ได้เข้าหน้าหนาวยังเต็มตัว แต่อุณหภูมิตอนเครื่องแลนด์อยู่ที่ 0 (ศูนย์) องศา แล้วตอนห้าทุ่มเยี่ยงนี้มันจะเหลือเท่าไรเนี่ย??? หนาวมากๆ จนมือเจ็บขาเจ็บหน้าไร้ความรู้สึกขากรรไกรมันขยับลำบากปากสั่นๆนิดๆพอเซ็กซี่ หนาวเฟ่ยยยยยยยย พอถึงที่หมายพวกเราก็รัวๆถ่ายรูปมือไม้สั่นไหวได้ภาพมาไม่ชัดกันเลยทีเดียว ระหว่างทางก็เจอพวกหนุ่มรัสเซียอยู่ๆก็เดินเข้ามากอดเพื่อนลูกเรือเราซะงั้น เมา กักขระนิดหนึ่ง พวกเราเดินหนีก็เดินตาม เสร็จแล้วก็มาขอเงิน พวกเราก็แบบเฮ่ยไรวะพอกลับจากเรดสแควร์ก็แวะหาข้าวทานกัน เราเดินๆอยู่แบบเดินสวนทางกันธรรมดามีผู้ชายคนหนึ่งเดินมาคว้าแขนเราลากไปซะงั้น ??? เรางงอะ คนที่นี่มันอย่างนี้เลยเรอเนี่ย??? เส้นทางการเดินไปร้านอาหาร เราพบแต่ขวดเหล้า เบียร์ กระป๋อง ขยะ บุหรี่ เกลือนฟุตบาทเต็มไปหมด ทำให้เราคิดว่านี่เราเดินไปไหนกันอยู่???? แต่ถ้าใครคิดจะไปเที่ยวรัสเซียสาวๆคะอย่าได้เดินคนเดียวเด็ดขาดนะคะไม่ว่าเย็นย่ำค่ำคืนหรือกลางวัน เราว่าไม่ปลอดภัยเลยจริงๆ ไม่เหมือนที่แบบเราไปเดินมิวนิคคนเดียวคือไม่มีคนมาทำกริยานี้กับเราเลย มีแต่เราได้แต่เหลียวมองหนุ่มเยอรมันจนคอเคล็ด คือหนังหน้าอย่างเราเดินไปเหอะไงก็ปลอดภัย ฮ่าๆๆ พอทานข้าวกันเสร็จ (ไม่เสร็จก็ต้องเสร็จน่ะ เพราะว่าร้านมันปิดหมด ในร้านไม่มีไรให้กินแล้วอะนอกจากเครื่องดื่ม เราก็หิวมากๆ) พวกเราก็กลับโรงแรม(ตีสองละเนี่ย) ขากลับเราแยกตัวกลับมาก่อนกับสาวฟิลิปปินส์เพราะว่าทนรอสาวเกาหลีชอปปิ้งไม่ไหวแล้วก็เลยเรียกแท็กซี่กลับโรงแรม พูดกับคนขับก็ไม่รู้เรื่อง ทำภาษามือก็แล้วเรื่องราคาค่ารถว่าเท่าไร มันบอกเราเป็นคำๆไป เราก็ถามว่า three zero zero ใช่ไหม ตอนพูดก็ทำมือภาษาใบ้ไปด้วย แต่มันก็บอกเราว่า 3 0 0 0  (อ้าวเมิงให้ศูนย์มาสามตัวบ้าละแพงเว่อร์ละ) เราก็ถามมันว่า three thousand? บ้าป่าว ใครจะขึ้นรถเมิง ไอ้บ้า พวกเราก็ไม่ไป พอเราลากสาวผินออกมาจากรถและจะรอรถคันต่อไป ไอ้คนขับมันก็เปิดประตูมาว่าเราว่า "Do you speak English?" เมิงมาถามเราพูดภาษาอังกฤษหรือเปล่า โห..... เมิงพูดงี้ตูยิ่งกินข้าวไม่อิ่ม ง่วงนอนด้วย อยากเอาตรีนยันหัวล้านมันมากๆ ตูถามราคาเมิงนานมากๆ เมิงพูดไม่ได้เป็นประโยคแค่สามร้อยกับสามพันเมิงก็พูดไม่ได้ เมิงมีหน้ามาถามตูว่าพูดภาษาอังกฤษหรือเปล่าเนี่ยนะ ไอ้ฝรั่งขี้นก... โกรธมากกกกก เลยตะคอกมันกลับว่า "ฉันกำลังพูดภาษาอังกฤษอยู่แล้วแกล่ะพูดภาษาอะไร??" มันก็หงุดหงิด จนสาวผินก็บอกว่าให้เราใจเย็นๆเด๊วชีไปคุยก็ไม่ได้คุยอะ ชีก็ให้เราขึ้นรถเลยแล้วก็คิดเองว่าค่ารถสามร้อยรูเบิล (พวกเราจะจ่ายเท่านี้อะ เคืองๆ) พอขึ้นรถมาได้มันไม่หยุด มันถามเราเป็นคำๆโดยให้เราเข้าใจว่า  you from Chinese ? Japan? shit ! โหห ดีนะตูไม่ได้มาจากประเทศนั้น สาวผินก็เลยบอกว่าป่าวมาจากฟิลิปปินส์ มันก็ยังมีหน้ามาบอกอีกว่า ok philipins ok ไอ้คนขับรถไอ้เควี่ยยยยยย ! (ท่านผู้อ่านอาจคิดว่าบล้อกนี้ทำไมอีเจ้มีแต่คำหยาบไม่สุภาพ แต่อุเหม่ยามนั้นมันอารมณ์เดือดยิ่งกว่านี้อีกอะค่ะ)  คือมันด่าเราว่าเรามาจากประเทศดังกล่าว เหมือนพูดอังกฤษไม่ได้ไรงิ แต่เราอยากด่ามันมาก มันน่ะพูดไม่ได้เลยด้วยซ้ำ พูดเป็นคำๆยังมีหน้ามาดูถูกประเทศอื่นเพียงเพราะว่าเราหัวดำ สันดาน เราทนไม่ได้มัน ชิด มา เราก็พูดกลับไปว่า สติวปิดและชิด (ต้องเขียนเป็นไทยเพราะคำอังกฤษมันหยาบ เกี่ยวมะเนี่ย???)  คือตอนนั้นอยากเอาเท้างามๆกับบูทของเราไปยันหัวกะบาลมันมากๆ คือถือตัวว่าเป็นฝรั่งเรอ? มาดูถูกคนอื่นเค้า มันก็ไม่ได้ดีเด่วิเศษเล้ยยย อารมณ์เสียมากๆเราคืนนั้น สาวผินก็หันมามองเราแบบใจเย็นๆนะ พอลงรถชีก็มาถามเราว่าโอเคไหม? เราก็บอกว่าโอเคแต่แบบมันโกรธน่ะมันมาถามเราว่าพูดอังกฤษหรือเปล่า ผินมันก็บอกว่าไอ้บ้านั่นมันพูดไม่ได้ even single word ด้วยซ้ำอย่าไปสนใจมันเลย ซึ่งก็จริงแต่แบบมันเคืองน่ะเห็นหน้าหมวยๆมันก็จะมาดูถูกเนี่ย เกินไป เกินไปคนแบบนี้. .. แต่พอถึงห้องอาบน้ำเสร็จหัวถึงหมอนอีเจ้ก็หลับลืมไปเลยว่าโกรธไรใครมา หรือว่ายังหิวแค่ไหน เพราะว่ามันตีสองแล้ว ง่วงหลายๆ

เซี่ยงไฮ้ มิวนิค และจบที่ มอส คว เซี่ยงไฮ้ มิวนิค และจบที่ มอส คว เซี่ยงไฮ้ มิวนิค และจบที่ มอส คว เซี่ยงไฮ้ มิวนิค และจบที่ มอส คว เซี่ยงไฮ้ มิวนิค และจบที่ มอส คว เซี่ยงไฮ้ มิวนิค และจบที่ มอส คว เซี่ยงไฮ้ มิวนิค และจบที่ มอส คว เซี่ยงไฮ้ มิวนิค และจบที่ มอส คว เซี่ยงไฮ้ มิวนิค และจบที่ มอส คว เซี่ยงไฮ้ มิวนิค และจบที่ มอส คว เซี่ยงไฮ้ มิวนิค และจบที่ มอส คว เซี่ยงไฮ้ มิวนิค และจบที่ มอส คว เซี่ยงไฮ้ มิวนิค และจบที่ มอส คว เซี่ยงไฮ้ มิวนิค และจบที่ มอส คว

เช้ามาแต่เช้าเราตื่นมาเจอพระอาทิตย์ขึ้นตอนแปดโมงครึ่ง และหิมะก็ตกตอนเก้าโมงเช้า (ยังสงสัยมันยังไม่หน้าหนาวอีกเรอแว้??) และเครื่องก็ดีเลย์ พวกเราก็ทำไฟล์ทกลับกัน

การทำงานขากลับจากมอสโควเราไม่ได้เหนื่อยเท่าไรเพราะว่าเราทำงานบิสสิเนทคลาสข้างหน้าทุกคนกินอื่มก็นอนหลับ และเราก็ไปช่วยงานข้างหลังต่อโอ้ววว ขยะเพียบ คนโวยวาย จะกินแต่วอดก้า เสิฟชากาแฟกันมือหงิก เติมชากาแฟกันไม่หยุด คนไม่พูดภาษาอังกฤษ แต่เรียกร้องจะเอาให้ได้ดังใจ พอไม่รู้เรื่องก็โวยวาย เง้อออ ตูผิดไรเนี่ย??? แต่สุดท้ายก็ไปตกหนักที่ลูกเรือหนุ่มคนเดียวในไฟล์ทที่เฮียแกดันพูดรัสเซีย ท่านผู้โดยทั้งหลายไม่ได้ดังใจอะไรก็จะเดินไปหาเฮียแกที่ครัว เรียกร้องมากมายกับสิ่งที่ท่านทั้งหลายต้องการ เหนื่อยแทนเฮียแกเลย เช่นกินข้าวไปแล้วแต่อยากกินอีกขอเพิ่ม ?? เอ่อคุณคะจ่ายค่าตั๋วมากี่ที่คะเนี่ย?? นึกภาพไฟล์ทก็เต็มผู้โดยก็แบบขอกันแบบนี้แทบทุกคนอะ ทำมือชี้ๆที่ถาดข้าวแล้วก็ทำนิ้วเป็นเลขหนึ่ง คือขอเพิ่มอีกที่ (เครื่องบินนิไม่ได้ใหญ่มากขนาดขนของกินมา extra มาเป็นดับเบิ้ลนะคะคุณ) กลับมาก็กินข้าวนอนหลับ สลบ เหนื่อยตายไปเลย

รอบนี้เอาแต่รูปมอสโควมาลงนะคะ

วันนี้ได้หยุดจะออกไปซื้อกับข้าว เดินเล่นลั้นลาาา

แต่เรื่องเรียนของเราที่ลงเรียนออนไลน์ไว้ ยังไม่ได้เริ่มเลย ต้องเริ่มแล้ว ลั้นลามานานแล้ว เงินก็จ่ายแล้ว ต้องเอาจริงแล้ว (สักทีพูดอยู่นี่ล่ะ)

เดือน พ.ย. อิๆๆ ได้พักร้อน (อีกละ) แต่รอบนี้แค่ 5 วันแล้วตารางเราก็ถือว่าไม่ได้สวยแต่ก็ไม่ขี้เหร่บิดไรไปก็ได้แต่ว่าจะไม่ใช่ไฟล์ทที่อยากได้มากๆ แต่ก็ได้อะ หุหุหุ

จาก ดินแดนทะเลทรายในวันที่อากาศเริ่มเย็นแล้วจ้าาา ลั้นลาาา

     Share

<< เมื่อทุกอย่างจะเปลี่ยนไปในทางที่ดี?? คิดว่านะฮานอย ขำๆ >>

Posted on Sun 31 Oct 2010 13:59

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Osaka (back to back) ไม่จนไม่ได้แล้ว
Raining day in Copenhagen TT
After Paris ฤาว่าเป็นฤดูแห่งความเหงา
สวัสดีอีกครั้ง..
ฮานอย ขำๆ
เซี่ยงไฮ้ มิวนิค และจบที่ มอสโคว
เมื่อทุกอย่างจะเปลี่ยนไปในทางที่ดี?? คิดว่านะ
การเดินทางใน 1 เดือนที่ผ่านมา
เมลเบิร์นสู่โจเบิร์กและเมลเบิร์นอีกครั้ง แหะๆ
รูมเมทอินเดียตัวแสบ
ย้อนหลังเที่ยวลูเซิร์น

 




 

 

 

 

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh
 

 

โอ๊ะๆๆ เจ้เขียนไดอีกล่ะ ของจิ๊บตัวขี้เกียจมันเหนือคำบรรยายจริง ๆ ฮี่ๆๆ
wonderjib   
Tue 2 Nov 2010 20:36 [1]

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

theme by : tarn.lovedairy